ถ้าให้นึกถึงเกมเก่าบน PC ที่แฟน ๆ สายเนื้อเรื่องกับสาย “เล่นเพื่อเลือกทางเอง” พูดถึงบ่อยมาก Deus Ex เกมไซเบอร์พังค์ ต้องติดโผแทบทุกลิสต์ นี่คือเกมแอ็กชันผสม RPG ในโลกไซเบอร์พังค์ดิสโทเปีย ที่ไม่ได้ถามเราแค่ว่า
“จะยิงหัวศัตรูแม่นแค่ไหน?”
แต่มันถามลึกกว่านั้นว่า
“คุณเชื่อในอะไร?”
“ในโลกที่ทุกอย่างควบคุมด้วยข้อมูล คุณจะเลือกข้างไหน?”ชีวิตสายเกม/คอนเทนต์ทุกวันนี้ไม่ได้มีแค่เล่นเอามันส์อย่างเดียว บางคนก็ชอบเสริมความตื่นเต้นด้วยการลุ้นบนเว็บอย่าง ทางเข้า UFABET ล่าสุด ควบคู่กันไป ยิ่งอ่านไปลุ้นไป ฟีลมันก็จะยิ่งสนุกขึ้นอีกสเต็ป

Deus Ex เป็นเกมปี 2000 ที่หลายคนเล่นแล้วมักพูดคำเดียวว่า “ไปไกลเกินยุคของมันมาก” เพราะมันให้เรา
- สร้างตัวละครในแบบของตัวเองผ่านสกิลและออกร่างกาย (augmentations)
- เลือกเล่นจะเน้นยิง–ลอบเร้น–แฮ็ก–พูดดีแก้ปัญหา ก็ได้
- ตัดสินใจในทางศีลธรรมและการเมืองที่ส่งผลต่อฉากจบ
- เจอเนื้อหาที่พูดถึงทฤษฎีสมคบคิด การควบคุมข้อมูล สงครามลับ ผสมไซไฟแบบจัดเต็ม
บทความนี้เราจะชวนไปดูว่า Deus Ex คืออะไร เล่นยังไง สนุกตรงไหน แล้วทำไมในยุคที่เกมใหม่ ๆ โผล่มาทุกเดือน เกมอายุ 20 กว่าปีเกมนี้ถึงยังถูกยกเป็น “หนึ่งในเกมที่ต้องเล่นให้ได้สักครั้งในชีวิต”
Deus Ex คือเกมแบบไหนกันแน่
ถ้าต้องนิยามแบบสั้น ๆ Deus Ex คือ
“เกมแอ็กชัน–RPG–ลอบเร้น–แฮ็ก–เจรจา ที่ให้เรารับบทเป็นสายลับไซเบอร์ในยุคอนาคตมืดหม่น แล้วปล่อยให้เราตัดสินใจเกือบทุกอย่างด้วยตัวเอง”
องค์ประกอบหลัก ๆ คือ
- มุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPS)
- เน้นการเล่าเรื่องหนัก ๆ มีบทพูดเยอะ
- ตัวละครมีสกิลให้ลงทุน: ยิงปืน, แฮ็ก, ล็อกพิก, ว่ายน้ำ, ใช้มีด, ใช้ปืนหนัก ฯลฯ
- มีระบบ Nano-augmentations เพิ่มความสามารถเหนือมนุษย์ เช่น มองกลางคืน วิ่งเร็ว ล่องหน
- ฉากเป็น “ฮับ” กึ่งเปิดโล่ง มีหลายทางเลือกให้เข้าเป้าหมาย
สิ่งที่ทำให้เกมนี้แตกต่างจาก FPS ทั่วไปคือ เราไม่จำเป็นต้อง
- บุกหน้าด้านยิงทุกคน
- หรือแอบทุกด่าน
แต่เราสามารถเล่น “สไตล์ผสม” ได้ตามสกิลที่เราอัปและนิสัยส่วนตัวเราเอง
ฉากหลัง: โลกไซเบอร์พังค์ยุคโรคระบาด การเมืองเน่า และองค์กรลับ
Deus Ex พาเราไปยังโลกอนาคตใกล้ ๆ ที่…ดูแล้วไม่ไกลจากข่าวยุคนี้เท่าไหร่ 😅
- มีโรคระบาดร้ายแรงที่ชื่อว่า “Gray Death”
- วัคซีนมีน้อย และถูกควบคุมโดยองค์กรและรัฐบาล
- เมืองเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ อาชญากรรม และการก่อการร้าย
- เบื้องหลังมีองค์กรลับ กลุ่มทุน และโครงข่ายข้อมูลที่คอยดึงเชือกการเมือง
เราเล่นเป็น JC Denton สายลับขององค์กรรักษาความปลอดภัยระดับโลก (UNATCO) ที่มีนาโนเทคโนโลยีฝังในร่างกาย ทำให้มีความสามารถเหนือคนทั่วไป
ตอนเริ่มเกม เราเหมือน “เจ้าหน้าที่ดี ๆ คนหนึ่ง” ที่อยู่ฝั่งรัฐแบบไม่คิดมาก แต่ไป ๆ มา ๆ เราเริ่มรู้ว่า
- ฝ่ายที่เราทำงานให้ ก็มีด้านมืดของตัวเอง
- ฝ่ายที่ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ก็ไม่ได้เลวทั้งหมด
- สิ่งที่เราเห็นในข่าวอาจไม่ใกล้เคียงความจริงเลย
จากนั้นเราเลยต้องเลือกเองว่าจะเชื่อใคร ไม่เชื่อใคร และจะจัดการยังไงกับความจริงที่รู้
เกมเพลย์: ยิงก็ได้ แอบก็ได้ แฮ็กก็ได้ พูดดี ๆ ก็ยังได้
หัวใจของ Deus Ex คือ “ทางเลือก” ในการแก้ปัญหาแต่ละสถานการณ์
การบุกเข้าเป้าหมาย
สมมติว่าหนึ่งภารกิจคือ “เจาะเข้าไปในตึกศัตรู” เกมจะไม่ได้ให้ทางเลือกเดียว แต่มีหลายทางเช่น
- ประตูหน้า – ยิงปะทะตรง ๆ กับยามและหุ่นยนต์
- ท่อระบายอากาศ – แอบมุดเข้าไปด้านบน/ใต้ดิน
- แฮ็กระบบ–ปิดกล้อง–ปิดป้อมปืน แล้วเดินเข้าไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
- เดินไปคุยกับ NPC บางคนเพื่อหาคาร์ดผ่านประตู / รหัสเข้า
แล้วแต่เราเลยว่าตัวละครเราถนัดอะไร เพราะตอนอัปสกิล เราเลือกลงทุนได้ไม่ครบทุกสาย ถ้าเราอัป
- ยิงปืนเก่ง – บุกซัดหน้าได้ แต่ล็อกพิกอาจห่วย
- แฮ็กเก่ง – ผ่านคอม ระบบรักษาความปลอดภัยได้ แต่ยิงไม่ค่อยเข้า
- ลอบเร้น–มีด–หน้าไม้ – เล่นสาย “เงียบสนิท” ฆ่าทีเงียบที
สุดท้ายมันเลยรู้สึกเหมือนเราเล่น “ตัวเราจริง ๆ” ในนั้น มากกว่าจะเล่นตัวละครที่เกมล็อกสไตล์ไว้ให้
การจัดการสถานการณ์
หลายเหตุการณ์ในเกม เราจะเลือกได้ว่า
- จะฆ่าศัตรูทุกคนให้หมด
- หรือจะใช้ยาสลบ กระบองย้ำให้สลบ แล้วไม่ฆ่าใครเลย
- หรือบางเคส เราเจอคนที่อาจเป็นทั้งศัตรูและเหยื่อของระบบ…แล้วเราก็ต้องเลือกว่าจะลงโทษเขายังไง
สิ่งเหล่านี้อาจมีผลต่อ
- บทสนทนาที่ตามมา
- ความรู้สึกของ JC (ผ่านบทพูด)
- บรรยากาศของเรื่องและฉากจบ
เหมือนกับเวลาเราอัปเวลตัวละคร ต้องค่อย ๆ เก็บเลเวลทีละนิด คนที่ลุ้นนอกจอบนแพลตฟอร์มอย่าง สมัคร UFABET ก็ใช้หลักเดียวกันนี่แหละ ค่อย ๆ เล่น ค่อย ๆ วางแผน ไม่ต้องรีบเอาให้สุดตั้งแต่ตาแรก
ระบบตัวละคร: Skill + Augmentation = สายการเล่นของเราเอง
Deus Ex เอา RPG มาผสมกับเกมยิงแบบจริงจัง เราต้องคิดทั้ง
- สกิล
- ของในกระเป๋า
- ออกเกรดนาโน
Skill: เลือกอาชีพในแบบ JC
เราจะได้แต้มสกิล (Skill Points) จากการทำภารกิจ ค้นหาทางลับ ทำเป้าหมายเสริม ฯลฯ
เอาแต้มไปลงทุนได้ในสกิลต่าง ๆ เช่น
- ปืนพก
- ปืนไรเฟิล
- ปืนหนัก
- มีด/อาวุธระยะประชิด
- แฮ็กคอม
- ล็อกพิก
- ว่ายน้ำ
- ระเบิด ฯลฯ
สกิลไม่ได้ทำให้เรา “ใช้ไม่ได้เลยถ้าไม่อัป” แต่ถ้าอัปแล้วจะ
- ยิงแม่นขึ้นมาก
- ใช้ของเหลือน้อยลง
- แฮ็กเร็วขึ้น
- เสียงเบาขึ้น
เพราะแต้มไม่พออัปทุกสาย เราเลยต้องคิดดี ๆ ว่าจะเล่น JC แบบไหน
Augmentation: โมดิฟายร่างกายด้วยนาโนเทค
นี่คืออีกระบบสุดเท่ของ Deus Ex
เราจะได้ Augmentation Canisters ตามฉากต่าง ๆ เอาไปใส่ร่างกายเพิ่มความสามารถพิเศษ เช่น
- วิ่งเร็วขึ้น
- กระโดดสูงขึ้น
- ลดเสียงฝีเท้า
- เพิ่มพลังป้องกันกระสุน/ไฟ/แก๊ส
- มองได้ในความมืด
- แปลงสายตาให้เห็นข้อมูลเพิ่มเติม
ข้อสำคัญคือ Augmentation ส่วนใหญ่ “ให้เราเลือกหนึ่งจากสอง” ในช่องเดียวกัน เช่น
- สล็อตขา – จะเอาวิ่งเร็ว หรือกระโดดสูง
- สล็อตตา – จะเอามองกลางคืน หรือมองเป้าศัตรูแม่นขึ้น
เลือกอันนึง อีกอันหายเลย ทำให้แต่ละคนที่เล่น JC ไม่มีทางเหมือนกันเป๊ะ
ระบบนี้ทำให้ Deus Ex มีความเป็น “RPG ในร่าง FPS” อย่างชัดเจน และสนุกมากเวลาได้คิดว่าถ้าเราเล่นสายลอบเร้น–แฮ็ก เราควรเลือก Augmentation ไหนให้เข้ากับสไตล์
เนื้อเรื่องและตัวเลือก: โทนหนัก แต่ชวนคิด
เนื้อเรื่อง Deus Ex เต็มไปด้วย
- การเมืองระหว่างประเทศ
- ทฤษฎีสมคบคิด
- องค์กรลับ
- ปรัชญาเรื่องการควบคุมข้อมูล อำนาจ และเสรีภาพ
เราไม่ได้เป็น “พระเอกขาวสะอาด” ที่ถือธงฝ่ายดีมาตั้งแต่ต้น เกมชอบเอาเราไปอยู่ตรงกลาง แล้วให้ข้อมูลจากหลายฝั่ง
ระหว่างทางเราจะได้
- ฟัง NPC แต่ละคนอธิบายเหตุผลของตัวเอง
- เจอหลักฐานที่ขัดแย้งกับคำพูดของอีกฝ่าย
- ต้องตัดสินใจว่าจะเชื่อใคร
ท้ายที่สุด เกมมี ฉากจบหลายแบบ ขึ้นกับว่าตอนท้ายเรื่องเราเลือกทำอะไรกับสถานการณ์โลก
ความดีงามคือ ไม่มีฉากจบไหนที่รู้สึก “แฮปปี้เอนดิ้งโลกสวย” ทั้งหมดมันคือการแลกไปในคนละทาง ว่าเราอยากให้โลกไปในทิศทางไหนมากกว่ากัน
ทำไม Deus Ex ถึงถูกยกให้เป็น “โคตรเกม”
ลองมองภาพรวมแล้ว Deus Ex ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ยิ่งใหญ่เพราะมัน…
- ผสมแนวแอ็กชัน–RPG–ลอบเร้น ได้เนียนมาก
- FPS ทั่วไปเน้นยิง
- RPG ทั่วไปเน้นค่าตัวเลข
- Deus Ex ทำให้เรายิงก็ได้ แอบก็ได้ แฮ็กก็ได้ โดยค่าตัวเลขและสกิลมีผลแบบดูรู้สึกจริง ๆ
- ให้เราแก้ปัญหาหลายวิธีอย่างแท้จริง
- ไม่ใช่แค่มี 2 ประตู แต่เล่นยังไงก็ต้องยิงเหมือนกัน
- หลายครั้งเราแทบจะจบภารกิจได้โดยไม่ต้องฆ่าใครเลย (ถ้าลงทุนกับสกิลถูกทาง)
- เล่าเรื่องที่ล้ำยุคมากในปี 2000
- เรื่องโรคระบาด
- การควบคุมข่าวสาร
- องค์กรลับเบื้องหลังการเมือง
- อินเทอร์เน็ตและข้อมูลเป็นอาวุธ
- บรรยากาศไซเบอร์พังค์ที่ไม่เน้นฉูดฉาด แต่หม่นและสมจริง
- ไม่ได้มีไฟนีออนเต็มเมืองอย่างเดียว
- มีตรอกสลัม บาร์มืด ๆ สำนักงานรัฐ ท่าเรือโกดัง – ทุกที่รู้สึก “พอจะเชื่อได้ว่าอาจมีอยู่จริง”
- ออกแบบฉากแบบ Immersive Sim
- โลกตอบสนองกับสิ่งที่เราทำ
- ทางลับ ทางเลือก บทพูดเฉพาะ ถ้าเราทำบางอย่างในฉากก่อน
มรดกของ Deus Ex คือเกมยุคหลัง ๆ หลายเกม (ทั้ง BioShock, Dishonored, Prey, และอีกหลายชื่อ) ต่างก็หยิบแนวคิด “Immersive Sim” ไปใช้ต่อ
ข้อเสีย/สิ่งที่ต้องทำใจถ้าจะเล่นในยุคนี้
ไม่ใช่ว่าเกมจะไร้ที่ติ โดยเฉพาะถ้าเรากลับไปเล่นในยุคกราฟิก 4K HDR แบบทุกวันนี้
สิ่งที่ต้องทำใจมีเช่น
- ภาพและ UI โคตรยุค 2000
- โมเดลเหลี่ยม ๆ
- เมนูอาจดูเก่า ไม่สวยแบบสมัยนี้
- ระบบยิงในช่วงแรกอาจรู้สึกแปลก ๆ
- ปืนจะไม่แม่นมากถ้าสกิลต่ำ แม้เล็งตรงหัวก็มีโอกาสยิงพลาด
- เพราะเกมตั้งใจให้เรา “อัปสกิล” แล้วรู้สึกว่าตัวละครพัฒนาขึ้น
- เสียงพากย์และอนิเมชันบางจุดดูแข็ง ๆ
- แต่นี่แหละเสน่ห์เกมเก่า หลายประโยคกลายเป็นมีมในหมู่แฟนเกมไปแล้ว
ถ้าเราปรับใจว่า “นี่คือเกมยุคเก่า แต่ระบบลึกมาก” แล้วไม่ไปคาดหวังความลื่นแบบเกมใหม่ ๆ เราจะสนุกกับตัวมันเองได้ง่ายขึ้นเยอะ
Deus Ex เหมาะกับใคร
น่าจะตรงใจมาก ถ้าคุณเป็นคนที่…
- ชอบเกมเนื้อเรื่องเยอะ มีบทพูด มีการตัดสินใจ
- ชอบลองเล่นหลายวิธี ไม่ชอบโดนเกมบังคับให้เล่นแบบเดียว
- อินกับไซเบอร์พังค์ การเมือง ทฤษฎีสมคบคิด โทนโลกหม่น ๆ
- ไม่ได้ซีเรียสเรื่องกราฟิกสมัยใหม่มาก
อาจไม่ใช่ทาง ถ้า…
- อยากได้ FPS ลุยมันส์ ยิงลั่น เดินเส้นตรง จบไว
- ไม่ชอบอ่าน ไม่ชอบฟังบทสนทนายาว ๆ
- ไม่ชอบเกมที่ให้เราต้องคิดเยอะว่าควรอัปอะไร เล่นยังไง
Tips สำหรับคนจะเริ่ม Deus Ex ครั้งแรกในยุคนี้
1. อย่าลงสกิลทุกอย่างกระจาย
เพราะแต้มมีไม่พอ ให้เลือก “สายหลัก” สัก 1–2 อย่าง เช่น
- ยิง + แฮ็ก
- ลอบเร้น + ล็อกพิก
- ยิงหนัก + ระเบิด
ลงทุนให้รู้สึกว่าทางนั้น “ต่างชัด” แล้วจะสนุกกับการใช้มันแก้ปัญหามากกว่าถูกห้ามทุกทางเพราะสกิลกึ่งกลางไปหมด
2. อย่ากลัวที่จะเซฟบ่อย ๆ
เกมยุคเก่าชอบดีไซน์ให้เรา “ลองผิดลองถูก”
- อยากลองแอบเข้าไปทางท่อ – เซฟก่อน
- อยากลองยิงป้อมปืนจนระเบิด – เซฟก่อน
- อยากลองตอบ NPC แบบกวน ๆ ดูผล – เซฟก่อน
มันทำให้เรากล้าทดลอง โดยไม่ต้องกลัวว่าพลาดแล้วทุกอย่างจบเห่
3. อ่านอีเมล–โน้ต–ไฟล์ในคอมบ้าง
Deus Ex ซ่อนรายละเอียดเรื่องโลก–องค์กร–คนไว้ในเอกสารพวกนี้เพียบ
- ได้รหัสประตู
- ได้เบาะแสทางลับ
- ได้มุมมองการเมืองของแต่ละฝ่าย
อ่านบ้าง จะช่วยให้เรา “เข้าใจภาพใหญ่” แล้วการตัดสินใจตอนท้ายเกมจะรู้สึกมีน้ำหนักขึ้นเยอะ
FAQ – คำถามชวนคุยเกี่ยวกับ Deus Ex
ถาม: ต้องเคยเล่นเกม RPG หรือ Immersive Sim มาก่อนถึงจะเล่น Deus Ex สนุกไหม?
ตอบ: ไม่จำเป็น แต่ถ้าไม่เคย ก็อาจใช้เวลาช่วงแรก ๆ ปรับตัวกับระบบอยู่บ้าง แนะนำให้เล่นแบบไม่รีบ อ่านคำอธิบายสกิลให้ดี แล้วค่อย ๆ ทดลองสไตล์ของตัวเอง เดี๋ยวซักพักจะจับทางได้เองว่าชอบเล่นแบบไหน
ถาม: เกมเก่าขนาดนี้ยัง “คุ้มเวลา” อยู่ไหม?
ตอบ: ถ้าคุณสนใจเนื้อเรื่อง การเลือกทาง และเกมที่ระบบกับการเล่ามันผสานกันแบบลึกจริง ๆ – คุ้มมาก และยังหาเกมที่ให้ฟีลแบบ Deus Ex ได้ไม่เยอะ แม้จะมีลูกหลานแนวนี้ออกมาเยอะก็ตาม
ถาม: ต้องเล่นให้จบหลายรอบไหมถึงจะเห็นความแตกต่างของตัวเลือก?
ตอบ: รอบเดียวก็เห็นแล้วว่าตัวเลือกเรามีผลต่อบทพูด เหตุการณ์ และฉากจบ แต่ถ้าอยากเห็นทุกมุมมอง ทุกฉากจบ หรืออยากลองเล่นสายอื่น (จากยิงแหลกเป็นลอบเร้นเงียบสนิท) การเล่นรอบสอง–สามก็สนุกเหมือนลองเกมใหม่ในโลกเดิมเลย
ถาม: ถ้าเล่น Deus Ex ภาคแรกแล้ว ควรเล่นภาคอื่นต่อไหม?
ตอบ: แล้วแต่เลยว่าถูกใจโทนไหน บางคนชอบภาคแรกสุดเพราะบรรยากาศดิบ ๆ และระบบ RPG จัดเต็ม บางคนชอบภาค Human Revolution / Mankind Divided ที่ภาพทันสมัยขึ้น เนื้อเรื่องโทนคล้ายกัน แต่ระบบเล่นและการนำเสนอเป็นยุคใหม่มากขึ้น ถ้ารักโลกไซเบอร์พังค์แบบ Deus Ex ยังไงภาคอื่น ๆ ก็ถือว่าน่าลองตามต่อ
เพราะสุดท้ายความสนุกไม่ควรมีแค่ในหน้าจอเกมอย่างเดียว ใครที่อยากเติมความลุ้นอีกนิดแบบผู้ใหญ่ ๆ ก็แค่แวะไปดูตัวเลือกบน ยูฟ่าเบท ได้ แต่ไม่ว่าจะลุ้นแบบไหน อย่าลืมว่าความสุขและความพอดีต้องมาก่อนเสมอ
สรุป: ทำไม Deus Ex ยังควรอยู่ในลิสต์ “เกมเก่าที่ต้องลอง” ของเรา
Deus Ex ไม่ใช่เกมที่มานั่งโชว์กราฟิก หรือเอะอะก็ระเบิดตึกทั้งฉาก แต่มันคือเกมที่ถามเราเรื่อง
- เสรีภาพ เทคโนโลยี และอำนาจ
- ผลของข้อมูลและข่าวสารต่อคนทั้งโลก
- การตัดสินใจของคนธรรมดา ๆ ที่บังเอิญมีพลังมากกว่าคนอื่น และต้องเลือกว่าอยากให้โลกไปทางไหน
มันอาจดูหยาบ ๆ ในสายตาคนเล่นยุคเครื่องแรง ภาพไม่เนียน UI ไม่สวย แต่ใต้เปลือกเก่า ๆ นั่นคือเกมที่ทั้ง “กล้าคิด” และ “กล้าทำ” ในแบบที่หลายเกมยุคหลังยังอายอยู่
ถ้าคุณกำลังหาเกมเก่าที่ไม่ได้ให้แค่ความมันส์ แต่ให้ “อะไรให้คิดต่อ” หลังจากปิดเกมไปสักพัก Deus Ex คือหนึ่งในชื่อที่เราอยากให้คุณลองสักครั้ง
อาจจะไม่ใช่เกมที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจากเสียงปืนอย่างเดียว แต่จะทำให้สมองกับความเชื่อของเราถูกเขย่าตลอดทาง – แล้วปล่อยให้เราตัดสินใจเอาเองเงียบ ๆ ว่าในโลกแบบนั้น…เราจะยืนอยู่ตรงไหนกันแน่ 💾🕶️🖥️